อาหารไทย แต่งยังไง ให้ปัง ปัง ปัง ?

 

มีแฟนเพจ SME Guide ท่านหนึ่ง ถามมาว่า อยากดู อาจารย์ ประชัน  วงศ์อุทัยพันธ์  ผู้สอนคลาส แต่งอาหารให้ปัง ตังค์มาเองว่า  อยากดูอาจารย์ แต่งอาหารไทยง่ายๆ  ผัดกระเพรา หมูกระเทียม ผัดหอยลาย จานที่ใช้ในชีวิตจริง  อาหารชาติอื่น วางบนจานแต่งได้สวย แต่อาหารไทยแต่งให้สวยได้อย่างไร อยากให้อาจารย์แนะนำ

เมนูที่แจ้งมา คลาสหน้าจะขอให้อาจารย์แต่งให้ค่ะ แต่การอบรมครั้งที่ผ่านมา อาจารย์ ได้นำอาหาร Food street หรืออาหารข้างถนน  ที่เรากินกันในชีวิตจริงทุกวันๆ มาแต่งให้ดูไปแล้วค่ะ  จึงอยากจะนำถ่ายทอดให้เห็นกันอีกครั้ง ดังนี้ค่ะ

ครั้งก่อน ก่อนขึ้นตึกซีพีทาวเวอร์ สีลม ชั้น 11 มาสอน อาจารย์ ประชัน ได้เดินหาซื้อ อาหารข้างทางขึ้นมาค่ะ เพื่อใช้แต่งอาหารในรูปแบบใหม่  ให้ผู้เข้าอบรมดู ค่ะ โดยหิ้วถุงก็อบแก๊บ ได้เมนูมาดังนี้ค่ะ

-ข้าวมันไก่

-ข้าวหมูแดง

-บะหมี่เป็ด

-ส้มตำ

-ข้าวเหนียวหมูย่าง

-กล้วยปิ้ง

ยังมีภาพที่รวบรวม มาให้เพิ่มเติมอีก จากผลงานของผู้เรียน และจากคลาสเรียนครั้งก่อนๆด้วยค่ะ ดังนี้

 

เป็นไงบ้างค่ะ พอจะได้ไอเดีย แปลกใหม่อะไรบ้างไหมค่ะ เพื่อไปต่อยอด สร้างสรรค์การแต่งอาหารของตัวเองค่ะ  ในคลาสการสอนวันนั้น  อาจารย์ประชันได้แนะนำ  เรื่องของการจัดอาหารให้สวยขึ้น  พอสรุปในประเด็นสำคัญ มาให้ดังนี้ค่ะ

1.ใช้สีสันของอาหาร มาจัดจานให้สวย

ธรรมชาติให้สีสรรสวยๆมา เช่น พริก มีหลากสีเลย มีทุกโทนสี  แครอทมาจากต้นเดียวกัน ก็มีหลายสีแล้ว  เราสามารถใช้สีสันเหล่านั้นมาตกแต่งอาหารให้สวยงามขึ้นได้มาก อย่างเช่น ข้าวหน้าเป็ด จะมีพริกน้ำส้ม มีสีเขียวเข้มของผักกวางตุ้ง สีเขียวอ่อนของแตงกวา สีสันจากธรรมชาตินี้ นำมาให้ตกแต่ง และจัดวางใหม่ ก็ทำให้อาหารดูสวยงามขึ้นมาได้

หรือ ใช้ในการ เล่นโทนสี เราเลือกให้เหมาะกับคอนเซ็ปอาหาร เช่น  ถ้าธีมเป็นเหลืองก็ใช้สีเหลือง อย่างวันเกิดในหลวง สีเหลืองเป็นสีหลัก หรือเทศกาลวาเลนไทน์  เราก็เลือกใช้โทนสีแดง เป็นต้น

2.Lay out  การวางรูปแบบ ทำให้น่าสนใจ

การตกแต่งอาหาร ก็เหมือนการออกแบบ บ้าน  ตกแต่งสวน หรือ การออกแบบอย่างอื่น ที่เป็นงานศิลปะนะคะ ที่จะมีการจัดวางรูปแบบไว้ก่อนให้เกิดความสวยงาม  ไม่ใช่โป๊ะ สุ่ม ไว้ที่ตรงกลางเพียงอย่างเดียว  ซึ่ง เลย์เอ้าท์ ของการจัดวางอาหาร ก็สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น

-แบบโค้ง

-แบบกึ่งกลาง

-แบบเส้นตรง

-แบบเส้นขนาน

-แบบวงกลม

-แบบกอง

เป็นต้น  การจัดวางในรูปแบบต่างๆ  มีส่วนสำคัญที่ทำให้การจัดอาหาร มีสไตล์ ที่น่าสนใจ และสดุดตาได้มากขึ้นค่ะ

3.การตัดแต่งวัตถุดิบ

วัตถุดิบที่ใช้ เราสามารถตัดในรูปแบบที่แต่งต่างออกไปได้หลากหลายมากมาย   จะทำให้ อาหารออกมาสวยงาม และแปลกตาได้มากขึ้น  เช่น  แตงกวา 1 ลูกสามารถนำมาตัดแต่งทำให้เกิด 3 -4 อารมณ์ได้ เช่น ตัดเป็นรูปดอกไม้  เป็นลูกเตา หรือ  แบบยาวม้วนห่ออาหารได้ การตัดแต่งวัตถุดิบ  ก็ทำเกิดการสร้างสรรค์การแต่งในสไตล์ใหม่ๆได้ค่ะ

 หรือวัตถุดิบคนละอย่าง แต่ตัดให้เป็นแก๊งค์ เป็นก๊วนเดียวกัน เช่น แครอท แตงกวา หรือ ผักชนิดต่างๆ  หรือผลไม้ ทุกอย่างตัดเป็นลูกเต๋า   หรือทุกอย่างเป็นปลา เป็นดาว ก็เป็นแก๊งค์เดียวกัน เกิดความสวยงามไปอีกแบบค่ะ

4.ใช้ภาชนะเข้าช่วย

อาหารไทย เช่น แกง ต้มยำ ต้มจืด  อาหารที่เป็นน้ำ อาจารย์ประชันว่า จะจัดยากซักหน่อย เพราะวัตถุดิบที่ใช้มันจะจมน้ำหมดทำให้ไม่สวย ดังนั้น เราอาจจะใช้ภาชนะเข้าช่วยค่ะ  หรือ เราอาจจะใช้วิธีการนำเสนอแบบแปลกใหม่ เช่น เมนูต้มยำ ก็อาจจะมีการจัดวัถุดิบให้สวยงาม แล้วนำน้ำซุปร้อนๆ ใส่ในกา เสริฟให้ลูกค้าทานที่โต๊ะอย่างนี้ เป็นต้น

5..ใช้ลูกเล่น การบีบซอส

ซอส  หรือ น้ำปรุงต่างๆ  ที่มีอยู่ในอาหาร สามารถนำมา สร้างสรรค์ เป็นศิลปะการแต่งอาหารในสไตล์ใหม่ๆได้มากมาย เช่น ซีอิ้วหวานในข้าวมันไก่ มาวาดให้เป็นวงกลม หรือ การน้ำยำต่างๆมาเคี่ยวให้ข้น และ  น้ำยำต่างๆ นำมาเคี่ยวให้ข้น แต่นำมาตกแต่งจานให้เกิดความสวยงามได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม อาจารย์ประชัน ย้ำอยู่เสมอว่า การเป็นฟู้ดสไตลิส  หรือ นักตกแต่ง จัดจานอาหาร จำเป็นต้องคิดนอกกรอบค่ะคิดให้แปลกกว่าชาวบ้าน เหนือความคิดทั่วไป เพราะ  โลกของอาหาร โลกของธุรกิจ ไม่เคยหยุดนิ่ง ทำให้ทุกวันนี้จึงต้องมีวิชาฟู๊ดสไตลิสขึ้นมา  เราก็มีสิทธิ์คิดใช่มั้ยค่ะ ไม่มีอะไรมาปิดกั้นราเลย เทรนด์อาหารมันเปลี่ยนไปตลอด  เจ้าของกิจการหรือเชพ หรือฟู้ดสไตลิสเอง ก็ต้องพัฒนาตัวเอง เพื่อตอบสนองสิ่งใหม่ต่อลูกค้าอยู่เสมอ   การจัดอาหารไม่ใช่ว่าต้องจัดเหมือนกัน  หรือจัดตามอาจารย์ค่ะ เชพประชัน ได้แนวคิดดีๆไป  แล้วผู้เรียน ต้องนำไปสร้างสรรค์ พัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งค่ะ

สนใจ อยากเรียนเรื่องนี้ เพิ่มเติม

-เสาร์-อาทิตย์นี้  6-7 ตุลาคม 2561 นี้ จะมีเปิดรอบที่ 3 “แต่งอาหารให้ปัง ตังค์มาเอง”

-จัดที่ ตึกซีพีทาวเวอร์ ถนนสีลม ชั้น 11

-ติดต่อ โทรมือถือ หรือ คุยไลน์ ที่ 0863412973 คุณเมย์

-Email : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

-ดูเพิ่มเติมที่ www.opbizmag.com

-ค่าอบรม 5,885 บาท รวมภาษีแล้ว