สร้างภาพพจน์ร้านค้า

ภาพลักษณ์สินค้า ผู้ขาย การให้บริการของร้านค้าเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับร้านค้าที่ต้องการความมั่นคง ถาวรยั่งยืน การแสดงออกของผู้ขาย เป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสาร ให้ผู้ซื้อำด้รับรู้ถึงความตั้งใจ และจริงใจของร้านค้า ภาพลักษณ์บางอย่างไม่ควรให้เกิดขึ้นกับร้านค้า เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสำหรับการประกอบสัมมาอาชีพ ร้านค้าที่ดี


ประเภทที่ 1 การจัดร้านแบบเรียงหน้ากระดาน ตัวหนังสือเบียดเสียดกันโฆษณา สินค้าแน่นทั้งร้าน ทุกตัวแย่งกันเด่นแย่งกันแข่งขันภายในร้านเดียวกัน หรือประเภทติดป้ายลด แลก แจก แถม ทั้งปี ไม่เคยมีวันไหนที่สินค้าตรงราคาป้าย หรือประเภทที่ผู้ขายจ้องตาเป็นมัน ที่จะขย้ำลูกค้าทุกรายให้หมดตัว คอยเดินตาม ถาม ดื้อ ให้น่ารำคาญ


ประเภทที่ 2 คนละขั้วกับตัวอย่างข้างต้น คือ ไม่ได้สวมบทบาทการขาย แต่สวมบทบาท ความหยิ่ง ขายได้ ขายไม่ได้ ไม่สนใจ รวยอยู่แล้ว ของดีซะอย่างไม่ง้อหรอก ประเภทนี้จะแสดงออกมาอย่างไม่ใยดี ไม่แยแส อย่าหวังว่าจะยิ้มให้ ประเภทเสือยิ้มยาก มองหัวจรดปลายเท้า แสดงภาพพจน์ของการดูถูก ดูแคลนลูกค้า ขายสินค้าแบบราคาเกินจริง หวังกำไรแต่คุณภาพธรรมดา
ทั้งสองประเภทนี้ เป็นภาพลักษณ์ของร้านที่ไม่ดี สะท้อนออกมาแบบกระหาย หิวโหย ในแบบแรกอิ่มหนำจนทะลัก ในแบบที่สอง เป็นภาพในเชิงลบ ทั้งสองประเภท ก่อให้เกิดความไม่พอใจ ค้อยๆฝังรากลึก จนสุดท้ายร้านอยู่ไม่ได้ ต้องปิดกิจการลงไป


ความชัดเจนของทั้งสองประเภท มักจะเป็นร้านที่อิงความรู้สึกและอารมณ์ของผู้ขาย โดยไม่ได้มองทะลุถึงความเป็นจริง ไม่ได้ลงไปนั่งในหัวใจของผู้ซื้อ ไม่ได้ศึกษาพฤติกรรมของลูกค้ามาเป็นโจทย์ในการบริหารจัดการร้าน การตกแต่งร้านก็เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงภาพพจน์ทั้งสองแบบออกมาในเชิงลบเช่นกัน ถ้าไม่ได้มีการออกแบบให้เหมาะสม แนวท่งออกแบบเพื่อภาพพจน์ที่ดีของร้านมีดังนี้


1. ร้านที่จัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบต้อนรับ

จะเป็นลักษณะที่โล่ง ไม่อึดอัดจนเกินไป การจัดร้านแบบโล่งหรือเรียบแบบ มินิมัล เกินไปจะสะท้อนความเหงา ไม่ แอคทีฟ ของร้าน ต่อผู้ซื้อ ยากในการดึงคนเข้าร้าน หรือถ้าประเภทที่แออัดยัดเยียดมากเกินไป จะทำให้ละลานตา จนหาจุดสนใจยาก การจัดผังจึงจำเป็นต้องเปิดให้เห็นรายละเอียดของร้าน โดยมีองค์ประกอบหลักและองค์ประกอบรอง ไล่น้ำหนักกัน ท่งสันจรภายในร้าน ที่ทำให้การเดินทั่วถึงโดยง่าย ถ้าเป็นร้านอาหารก็ควรที่จะเลือกวิธีเปิดพื้นที่ เห็นลูกค้าอย่างทั่วถึง มีบังตาบ้างเล็กน้อย หรือกั้นสัดส่วนบ้างบางมุมส่วนตัว แต่ไม่ถึงขนาดทึบไปทั้งร้าน หรือประเภทเปิดเป็นกระใสเห็นกิจกรรมในครัว สาธิตการปรุงของพ่อครัว ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่เรียกความสนใจของร้านในเชิงบวกได้เช่นกัน

2. ร้านที่ออกแบบบไม่ให้เหงา มีการจัดตกแต่งภายในร้านสลับกับสินค้าบ้าง เพื่อให้ร้านได้บรรยากาศเป็นกันเอง เช่น ภาพถ่าย ทัศนศิลป์ในแบบต่างๆการเลือกสีสันที่สดใส ไม่หม่นหมอง แต่ต้องสะท้อนภาพลักษณ์ของสินค้าด้วย เช่น ร้านแบบไทย ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ไม่สักสีแข้มตามกันไปหมด หรือ ผนังไม้ฝาปนกับลายฉลุทั้งร้าน อาจจะเปลี่ยนด้วยโทนสีสว่างสดใส รูปแบบรายละเอียดที่ไม่รุงรังมาก ตัดทอนเอาเฉพาะรูปร่างที่พองาม เลือกและพัฒนาแบบให้กลมกล่อม ดีกว่ายกมาทั้งกระบิ การใช้แสงก็สำคัญเช่นกัน ควรมีการเน้นให้เกิดมิติ มีแสงกระทบและเงา ที่ตั้งใจให้เกิดบรรยากาศ ไม่ใช่แสงสว่างจนขาวโพลนทั้งร้าน หรือ มืดจนน่ากลัว


แต่มีข้อยกเว้นจากทั้ง 2 ข้อที่กล่าวมา คือ ลักษณะสินค้าบางประเภท ที่เจตนาให้ภาพพจน์ออกมา น่ากลัว หรือ โอเวอร์เหนือจริง เช่น ร้านอาหารที่ต้องการให้ดูเสมือนอยู่ในบรรยากาศพิศวงออกมาเหมือนภูตผี แรงเกินจริงและเหนือจริง ซึ่งน้อยร้านที่จะได้ผลสำเร็จ ขึ้นอยู่กับเจตนาและกาลเทศะของร้าน เพราะร้านแบบนี้เสี่ยงมาก ถ้าไม่แน่จริง
จะเป็นแบบใดก็ตาม ก็ควรสร้างภาพพจน์ของร้าน ให้เหมาะสมกับสินค้า และการให้บริการ ไม่ควรตกแต่งไปตามใจเจ้าของร้าน โดยไม่ใส่ใจลูกค้าส่วนใหญ่ เจ้าของร้านควรที่จะประเมินจากร้านอื่นๆที่เคยทำมาแล้วประสบความสำเร็จ เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลในการตกแต่งร้านคุณ ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ที่ดี จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องผ่านการหาข้อมูลที่ดีด้วยเช่นกันภาพพจน์สินค้าและร้านค้าจะเป็นอีกตัวแปรหนึ่งที่ทำให้ร้านคุณอยู่ได้นานแค่ไหน