6 เทคนิค

เขียนพ็อคเก็ตบุคยังไง ให้สำเร็จ ซักที ?

 

หลายคนเคยคิดอยากมีหนังสือของตัวเอง  เพราะอยากภูมิใจได้เป็นเจ้าของมีหนังสือซักเล่ม หรือมีความรู้อยู่เต็มอก ก็อยากถ่ายทอด  หรือมีเรื่องราวที่หลงใหล  หรือเจอประสบการณ์ ที่ตื่นเต้นมา อยากจะเขียนเล่าให้ใครฟัง  หรือ อาจอยากมีตังค์จากการขายหนังสือ  แต่ส่วนมาก  ต้องมาสะดุด หยุดฝัน  เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มไงดี ?  และไม่รู้จะหาความรู้จากที่ไหน ?

ลองทำตามข้อแนะนำ 6  ขั้นตอน  ต่อไปนี้ที่ จะสานฝัน ให้การเขียนพ็อคเก็ตบุค  เป็นจริงซักที

1.มีทักษะในตัวเอง  มั่นใจว่ามี

ต้องบอกว่า เรื่องจริงที่คนจะเขียนหนังสือ ต้องมีพรจากสวรรค์  แต่อย่างเพิ่งท้อใจนะคะ เพราะเท่าที่เคยเจอมา 10 คน มีแค่ คนเดียวจริงๆ ที่เขียนไม่ได้จริงๆ คนส่วนใหญ่จะเขียนเล่าเรื่องได้ ถ้ามีความเข้าใจ การนำเสนอ และฝึกการเขียน มีคนช่วยวิจารณ์  คนเขียนหนังสือจะมีอยู่ 3 ประเภท คือ

หนึ่ง มีความสามารถในการเขียน แต่กลับไม่รู้ตัวเองว่า เขียนได้ดี คุณอาจเป็นประเภทนั้นก็ได้นะ 

สอง อีกแบบอาจไม่ได้มีทักษะในตัวเอง แต่ใจรักจริง  พร้อมที่จะฝึกฝนได้ และเอาจริง  

สาม ไม่มีพรสวรรค์ในการเขียน จริงๆ  ต้องยอม ซึ่งประเภทนี้พบน้อยมาก

ดังนั้น ก่อนลงมือเขียน คุณต้องมั่นใจก่อนค่ะว่า  คุณทำได้  เพราะถ้าเชื่อว่าว่า  เราทำได้แน่ ต้องเขียนได้ดี สนุกแน่ๆ  จะตัดข้อกังวล  ในจิตใต้สำนึกใจออกไป  ทำให้คุณไปต่อได้สำเร็จ  แต่...ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณลังเล คิดว่า เขียนไม่ได้ เขียนไม่เป็น เขียนไม่ดีแน่ๆ  มันเกิดอุปสรรคทีดับฝันตัวเอง ที่หลายๆคนเป็นแบบนี้จริงๆ

 

2.ประเด็น อย่าหลงประเด็น

กับดัก ที่ทำให้ การลงมือเขียนล้มเหลว ก็คือ ประเด็น  บางคนมีความรู้ท่วมหัว  หรือ มีเรื่องที่สนใจมากมาย ก็อยากจะเขียนมันออกมาทั้งหมด เป็นจึงดูเสปะสะปะ  อ่านแล้วไม่รู้เรื่อง คุณเคยเขียนเรียงความตอนเด็กกันใช่มั้ยคะ  ครูจะสั่งให้เด็กเขียนเรื่อง บ้านของฉัน นั่นคือประเด็นเดียว  ทำให้ทุกคนเขียนได้ คือ บ้านของฉัน มีพ่อมีแม่ ทำอาชีพอะไร ชีพอะไร พ่อชอบทำอะไร แม่ชอบทำอะไร ฉันชอบทำอะไร   หรือ เรื่องโรงเรียนของฉัน  มีครูชื่ออะไร  มีภารโรงชื่ออะไร ฉันชอบทำอะไรในโรงเรียน  เพื่อนชอบเล่นอะไร ใครเป็นเพื่อนสนิม  จบใน 1-2 หน้า ดังนั้นก่อนเขียนเรื่องอะไรก็ตาม คุณจะต้องตั้งประเด็นที่คุณต้องการจะเขียนให้ชัดๆก่อน แล้วเล่าเรื่องให้มันอยู่ในขอบเขต ประเด็น หรือหัวข้อนั้นๆ  ไม่ใช่ เอาเรื่องบ้าน กับเรื่องโรงเรียนมาเล่าปนกัน  เล่าไปทุกอย่าง มันก็มั่วมาก อ่านไม่รู้เรื่อง อย่างนี้เป็นต้น

นั่นเป็น กับดัก ที่คนส่วนมาก ชอบทำ คือ เขียนไปหมดซะทุกอย่างที่อยากจะบอก ไม่มีการตั้งประเด็น  ตั้งหัวข้อไว้ก่อน ทำให้หลงประเด็น เล่าสลับ ไป มา สุดท้าย รู้สึกว่า ตัวเองเขียนไม่เรื่อง จึงล้มเลิกเพราะเหตุนี้

 

3.อย่าติดขัด ที่ชื่อเรื่อง

มีคนเคยเล่าให้ฟังว่า เคยเถียงกับอาจารย์ว่า เราควรตั้งชื่อเรื่องก่อน หรือ เขียนก่อนดี  ที่จริง การตั้งชื่อเรื่อง เป็นสิ่งที่อยากที่สุดนะ หลายคน มักจะติดที่ชื่อเรื่องเลยไม่ได้เขียนซักที  ที่จริงแล้ว เราอาจตั้งไว้ เพื่อเป็นประเด็นของเรื่องก่อนก็ได้ เพื่อทำให้การเขียนเรื่องอยู่ในขอบเขต เช่น  เรื่องการอบรมผู้จัดการ ฟังดูก็งั้นๆ เนอะ  แต่งชื่อเรื่องไว้ก่อนว่า  จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับอะไร

แล้วค่อยกลับมาปรับชื่อเรื่องอีกที่  เช่น   เรื่องอบรม อบรมผู้จัดการก็ เปลี่ยนมาเป็น ผู้จัดการขั้นเทพ  เป็นต้น  หรือบางคน อาจมีพรสวรรค์ในตัวเอง สามารถตั้งชื่อให้น่าสนใจได้ตั้งแต่แรก   ก้อดีมาก  ทำให้การเขียนเรื่อง อยู่ในของเขตของหัวข้อ  ได้ดีกว่าค่ะ

 

4.ต้องมี โครงเรื่อง หรือ สารบัญ ทำพ็อคเก็คบุค ง่ายนี้ดเดียว

การทำหนังสือ สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ โครงเรื่อง หรือสารบัญค่ะ  มันจะช่วยให้คุณเขียนง่ายขึ้น  เช่น สมมุติว่า คุณเขียนเรื่อง  สุขสันต์  บ้านของฉัน   คือ เขียนเรื่องสนุกๆ เล่าเรื่องครอบครัว  ก็อาจวาง สารบัญไว้ก่อน ว่าจะพูดเกี่ยวกับอะไรบ้าง  เช่น  พ่อจอมดื้อ  , นี่แหละแม่ของผม ,วีรกรรมของพี่, ......................... เป็นต้น

หรือ เขียนเรื่อง การเปิดร้าน เบเกอรี่ อาจจะวางสารบัญ เป็น  ประเภทร้านเบเกอรี่  ,อุปกรณ์ เบเกอรี่,การทำรายการเมนู,การตั้งราคา..........ฯลฯ  เป็นต้น

เห็นมั๊ยว่า เมื่อวางสารบัญมาแล้ว ก็ง่ายขึ้นที่จะลงมือ เขียน  เอาล่ะ คุณพร้อมหรือยัง

 

5.ลงมือ เขียนเรื่องที่พร้อมก่อน

เกือบทุกคน ที่เขียนไม่ออก เพราะมาติดว่า จะเริ่มหน้าแรกยังไงดี  ที่จริง คุณไม่จำเป็นที่ต้องเริ่มหน้าแรก เล่าเรื่องเรียงต่อกันเลยค่ะ  เมื่อคุณทำสารบัญขึ้นมาแล้ว  ประเด็นไหน หรือ หัวเรื่องไหน ที่ใจของคุณอยากเขียนก่อน คุณลุยไปเลยค่ะ  แล้วจะนำมาประกอบกันทีหลัง การทำพ็อคเก็ตบุค ที่จริงถือว่าเป็นขั้นสูงนิดนึง  คนที่ไม่เคยเขียนหนังสือมาก่อน จะมาเริ่มจากการเขียนพ็อคเก็ตบุคเลย ก็ถือว่าข้ามขั้นไปนิดนึงค่ะ แต่ก็มีทางแก้  คือ แต่ละเรื่องในสารบัญ คุณก็เขียนออกมาทีละเรื่องซิคะ  ถ้าจะให้ดี เรื่องที่เขียนในแต่ละหัวข้อ  ลองเอาว่าลงในเฟส หรือ ในบล็อก ไปเรื่อยๆ ที่ละตอน แล้วค่อยนำมารวมเล่ม ทีหลังก็ได้ค่ะ แบบนี้จะทำให้คุณไม่ท้อใจ ว่าทำไมไม่เสร็จซักที 

 

6.ประกอบเรื่องให้สมบูรณ์

การเขียนหนัง สือ  เหมือนกับคนตัดต่อหนังค่ะ  ที่เขียนเรื่องไปแล้ว ต้องมาทบทวน  หรือ Re write อีกหลายรอบ  เพื่อตัดต่อเรื่องให้ราบรื่น   เดินเรื่องได้ดี น่าติดตาม การทำหนังสือ มันจะใช้เวลานาน ทำให้โครงการที่ฝันไม่เกิดเสียที  เมื่อคุณใช้สมาธิ เขียนที่ละบทเสร็จ ก็นำมาเรียงลำดับดูค่ะ ปรับแต่ง ได้ตลอดค่ะ ไม่ว่าสารบัญชื่อเรื่อง  เมือมีต้นฉบับที่พร้อมแล้ว ที่นี้ก็นำมาประกอบกันเป็นเล่มได้ค่ะ  แต่สิ่งที่คุณจะต้องทำในขั้นต่อไปก็คือ หาภาพประกอบ นำเนื้อหาที่ได้ไปจัดหน้าค่ะ แล้ว ส่งโรงพิมพ์  ซึ่งขั้นตอนเหล่านั้น มีรายละเอียด อีกเยอะค่ะ แต่นั่นไม่ใช่งานของคุณแล้ว แนะนำว่า ขบวนการต่อจากนั้น จะต้องมีคนอื่นเข้ามาช่วยค่ะ ซึ่งจะนำมาเล่าให้ฟังอีก วันหลังนะคะ

เรามักจะถูกถามเสมอว่า  ถ้าจะทำหนังสือ สักเล่มต้องทำไง    คนที่ถามส่วนมาก จะเป็นกูรู ที่เชี่ยวชาญมากๆ ในบางเรื่อง เช่น บางคน ทำกิจการประสบความสำเร็จ  บางคนเป็นวิทยากร บางคนอยากเล่าเรื่องลูก  บางคนเป็นผู้เชี่ยวชาญการทำน้ำหอม    คือแต่ละคนมีแรงปรารถนาอยากมีหนังสือ ซักเล่ม  มีเรื่องที่จะเขียนอยู่ล้นใจ   แต่หาความรู้เรื่อง เทคนิคการเขียนหนังสือ และเรื่องกระบวนการผลิต ไปจนถึงเรื่องการจำหน่าย ไม่ค่อยได้ 

สมาคมแฟรนไชส์ไทย จึงได้จัด คอร์สพิเศษ  “Training&Coaching  อยากทำพ็อคเก็ตบุค ฮาวทู”  โดยสอน คุณ สมจิตร ลิขิตสถาพร นายกสมาคมแฟรนไชส์ไทยเอง ผู้ที่อยู่ในวงการข่าว และหนังสือ มานาน ตลอดชีวิต ที่ฝึก นักข่าว และ บรรณาธิการ มาแล้วมากมาย คอร์สนี้  จะมีรูปแบบใหม่ เน้น แนวทางการสอน  แบบทฤษฎี  20%  ปฏิบัติ 80% เพื่อช่วยสานฝัน ให้คนที่อยากมีหนังสือ ออกสู่สาธารณะ ได้กลายเป็นจริงซักที

สนใจสอบถามได้ที่  คุณเมย์  โทร/ไลน์  0863412973 

หรือ  อีเมลล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.