5 ข้อ ขยายร้าน ยังไงไม่ให้ เจ๊ง ?

ฟัง กูรูขั้นเทพ ฟันธง 

 

ไม่ว่าคุณจะทำกิจการอะไรอยู่ก็ตาม  คุณคงหวังว่าจะไปต่อให้ไกลๆ  แต่คุณอาจ กลัวเจ๊ง หรือ อาจ เคยเจ๊งแล้ว  อยากรู้มั๊ย มีเทคนิคอะไรไหม ที่จะขยายสาขา รุ่งจริง ไปไกลจริง แบบไม่เจ๊ง  ?

ฟัง กูรูขั้นเทพ คุณกุลวัฒน์  วิชัยลักษณ์ หรือ อาจารย์แมน กรรมการที่ปรึกษาสมาคมแฟรนไชส์ไทย และ อดีตผู้บริหาร จาก ไมเนอร์ กรุ๊ป ผู้ที่ร่วมบุกเบิก ร้าน พิซซ่า คอมพานี ,สเวนเซ่น,เบอร์เกอร์คิงส์ ,ซิซเลอร์  จากสาขาที่ 1 ถึงกว่า 1,000 สาขาในประสบการณ์กว่า 20 ปี คุณกุลวัฒน์ ฟันธง ไว้ 5 ข้อ ดังนี้

1.อย่าทำธุรกิจแบบ “Me too”

“ใครบ้างที่ทำธุรกิจเพราะเห็นคนอื่นทำแล้วเขารวย  นั่นคือจุดตายครับ ธุรกิจคนไทยที่พังกันเยอะเพราะ “me too” นี่เอง  คือเห็นเขาทำแล้วฉันทำมั่ง การที่จะทำธุรกิจอะไรก็ตาม เราควรจะต้องชัดเจนว่าทำไปทำไม ส่วนใหญ่บอกว่า เพื่อเงิน ซึ่งก็จริง   แต่ท้ายที่สุด คุณตัดสินใจบนพื้นฐานของอะไรกันแน่ การได้เงินจะเกิดไม่ได้ ถ้าไม่มีสินค้า ไม่มีการบริการ ก็ไม่มีลูกค้า” 

“ถ้าทำในสิ่งที่เรารัก ทำในสิ่งที่เรารู้ เรามีโอกาสที่จะสร้างความสำเร็จได้มากกว่า แต่ถ้าเราไปทำในสิ่งที่เราไม่รัก ไม่รู้ ทำเพราะเห็นเขาทำแล้วรวย ก็อยากทำมั่ง มันไม่มีทางเลย  ถ้าเราไปก็อปไอเดียธุรกิจคนอื่นมา ก็แค่ก็อปคอนเช็ปเขามา แต่เนื้อแท้ของงานมันไม่เกิดขึ้น ฉะนั้นก่อนที่จะไปถึงการวางระบบบริหารร้านค้า เริ่มลองเริ่มทบทวนจุดนี้ก่อนว่า จุดเริ่มต้นจริงๆเราเข้าใจตัวเราหรือไม่ เรารักในสิ่งที่เราทำไหม ถ้าทำจาก inside out ทำข้างในออกมา ข้างนอกมันจะเกิด เพราะมันมีแรงปารถนาอย่างแรงกล้า   หมายถึงเราจะทำจากความรู้สึกเกินร้อย แต่ถ้าทำจาก outside in คือ การถูกบีบบังคับให้กระทำ ผลลัพธ์มันจะไม่เต็ม100% อย่างแน่นอน”

“และสำคัญที่สุดอย่ากระโดดเข้าไปทำธุรกิจ “me too”  ยกตัวอย่าง เช่น ร้านกาแฟ คนที่ทำกาแฟนั้น เกิดจากเห็นคนอื่นทำแล้วสำเร็จอยากทำบ้าง แล้วทำให้เจ๊งเยอะมาก เพราะลงทุนสูง เครื่องทำกาแฟอย่างต่ำก็มีราคาเป็นแสน และรายได้มักจะไม่เป็นไปตามที่หวัง ฉะนั้น หัวใจของความสำเร็จมันคืออะไร คนที่ทำตามเขาก็ไม่รู้ แต่คิกว่ามันง่าย ก็จะทำบ้าง มันจึงล้มเหลวไงครับ”

2.มีสินค้าที่เป็นเลิศ Product Excellent คือไรครับ

“สินค้าของคุณมีความเป็นเลิศที่ตรงไหน  ดีเลิศหรือยัง  เรามองตรงไหนกันครับ  ส่วนใหญ่จะมองแค่สินค้าถึงมือลูกค้า แต่เราต้องมองจากการใช้ซ้ำของลูกค้าครับ คุณคิดว่าร้านที่เจ๊งกันส่วนมากมาจากอะไร เพราะความไม่คงเส้นคงว่า มาวันนี้อร่อย มาอีกวันเค็มไปไม่อร่อย มาวันนี้ให้เยอะ มาอีกวัน ไม่เหมือนเดิม นี่แหละครับ ตัวการที่ทำให้ร้านส่วนมาต้องปิดตัว คุณว่าจริงมั๊ยครับ”

“การที่ลูกค้า กลับมาซ้ำแล้วซ้ำอีก นั่นคือ ความมั่นคงของกิจการคุณครับ คุณต้องสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ตลอด เพราะมันคือรายได้ที่แน่นอนของคุณ และเมื่อไหร่ก็ตาม ที่คุณไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ คุณก็จะใช้ในกลยุทธ์ในเรื่องของราคาเข้ามา คือ ลด แลก แจก แถม แต่นั่นคือคุณกำลังทำลายธุรกิจคุณเอง”

“ดังนั้น สิ่งที่เราต้องคิด  ก็คือ เราจะมีกระบวนการอย่างไร ที่จะนำสินค้าไปถึงมือลูกค้าอย่างดีเลิศจริงๆทุกๆครั้งและตอบสนองความพอใจให้ลูกค้าได้  ซึ่งเป็นกระบวนการที่สามารถตรวจสอบระบบได้ เช็คได้ วัดได้ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทางและก็ปลายทาง นั่นแหละเป็นระบบที่เสถียร มัน คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในธุรกิจ เพราะถ้าคุณมีสินค้าที่ดีแล้ว แต่มันขึ้นๆ-ลงๆ  ไม่เสถียร คุณเจ๊งแน่ครับ” 

3.บริการที่ยอดเยี่ยม Service Excellent ยังไง

“เมื่อมีสินค้าแล้ว บริการก็ต้องเยี่ยมด้วยครับ แต่เราจะมั่นใจได้ยังไงว่าการบริการของเราที่จะให้กับลูกค้ามันดีเลิศตลอดเวลา ณ วันนี้  การแข่งขันจะรุนแรงขึ้นตลอดเวลา มีการแข่งกันในเรื่องบริการอย่างดุเดือดด้วยครับ ที่เห็นได้ชัด ในธุรกิจธนาคาร ที่แข่งขันบริการใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา  แต่ผมขอยกตัวอย่าง เช่น กระบวนการบริการในร้านอาหาร  เราไม่ไต้องการให้ลูกค้ารอนานใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นเราก็จะแจ้งไปเลยว่าอาหารจะมาใน 5นาที หรืออาหารจะมาใน 10 นาที ฉะนั้น เราก็จะมีระบบ หรือกระบวนการที่ทำให้มั่นใจได้ทุกครั้งว่า อาหารจะมาถึงมือลูกค้าตามเวลาที่แจ้งเอาไว้เสมอ ไม่มีข้อผิดพลาด ซึ่งเราจะสร้างกระบวนการนี้ขึ้นมาตายตัว เป็นขั้นเป็นตอน ทดสอบแล้วได้ตามเป้าจริง  คือต้องมีมาตรฐาน มาวัดเช่น เวลามาตรฐานคือ 5 นาที  ถ้าไม่มีมาตรฐานที่ตั้งไว้  ก็ไม่มีอะไรมาเปรียบเทียบว่า อะไรคือดีที่สุด อะไรคือเลวที่สุด ดังนั้น การสร้างบริการที่เป็นเลิศ จะต้องมีมาตรฐานเข้ามารองรับ มีตัวชี้วัด  นี่คือสิ่งที่เรียกว่าระบบครับ สินค้าที่ดีเลิศ บริการที่เยี่ยม ใครก็รู้ครับ แต่วิธีการที่เป็นระบบมีไหมล่ะครับ”

 4.ทำเลทอง และบรรยากาศของร้าน Location/Ambience สร้างยอดขาย

“ทำเล ทำเล ทำเล คือ หัวใจของความสำเร็จของร้านค้าปลีก เคยได้ยินใช่ไหมครับ หลายคนชอบเอาบ้านตัวเองมาเปิดร้าน เพราะไม่ต้องเสียค่าเช่า หรือเลือกที่ ที่ค่าเช่าถูกๆ  ผลก็คือ เจ๊งครับ เพราะคุณไม่เข้าใจว่า  ทำเล คือ ปัจจัยของความสำเร็จ มันคือที่มาของยอดขายครับ เวลาคุณจะเปิดอะไรก็แล้วแต่ ผมให้วิธีคิดที่ได้ผล คือ ให้คุณ คำนวณคนที่ผ่านหน้าร้านของคุณครับ  ประมาณ 3% เปอร์เซ็น หมายถึงคนเดินผ่านหน้าร้านคุณ 100 คนคุณจะจับเพียง 3 คน ที่จะมีโอกาสเป็นลูกค้าของคุณ ฉะนั้นคุณจะต้องไปหาสถานที่ ที่มีคนผ่านเยอะ ก็จะทำให้ยอดขายเยอะขึ้น    ถ้าเราบอกว่าเราต้องการลูกค้า 300 คน/วัน เพื่อที่จะสร้างยอดขายให้เรา 30,000บาท/วัน นั่นหมายถึงว่าลูกค้าแต่ละคนต้องใช้เงินซื้อของร้านเราเฉลี่ยประมาณ 100 บาท ใช่ไหมครับ  ดังนั้นทำเลที่คุณฟันธง ตรงจุดนั้นก็ต้องมีคนเดินผ่านหน้าร้าน 9 พันคน ถึงหมื่นคนต่อวันมันถึงจะตอบโจทย์ถูกไหม  ทำไมผมถึงบอกอย่างนี้ มันทำให้เราจะมองเห็นภาพแบบชัดๆ เราจะรู้เลยว่าถ้าเราอยู่ในโลเคชั่น ที่ไม่ตอบโจทย์ คือมาเก็ตติ้งก็ต้องสุดยอด แล้วคุณเก่งจริงหรือเปล่าล่ะครับ ไม่อย่างนั่นแล้ว ก็เท่ากับคุณเอาเงินไปทิ้งฟรีๆครับ ถ้าสถานที่แห่งหนึ่ง คุณมองว่ามันแพง  แต่ถ้าตรงนั้นจะทำยอดขายได้เยอะแยะเกินคุ้ม คำนวณแล้วมีกำไร เอามั้ยล่ะครับ ดีกว่าที่คุณไปเปิดร้าน ในที่ไม่มีคนเดิน ถูกจริง แต่ เจ๊ง เอาไหมครับ”

“ความสะอาด ของร้าน ก็เป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จด้วยครับ เพราะสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า ถ้าร้านของคุณมีลูกค้าอยู่แล้ว เพียงแค่คุณปรับปรุงตรงนี้ให้ดีขึ้น ยอดขายก็มาเองครับ”

5.พนักงานที่ดีเยี่ยม People Excellent แบบไหน ?

“ก็เพราะทุกอย่างมาจากคนใช่ไหมครับ องค์กรของคุณ ต้องสร้างแชมป์เปี้ยนไว้ 3 คนครับ คือ

  1. โอเปอร์เรชั่น การจัดการในร้าน แชมป์เปียนของโอเปอเรชั่นคือ สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า
  2. มาเก็ตติ้ง การตลาด คือแชมป์เปี้ยน ของการสร้างยอดขาย
  3. และไฟแนนซ์ การเงิน  แชมป์คือ ผลกำไร คือ การควบคุมต้นทุนอย่างฉลาดครับ

 “ถ้าเราสามารถแบ่งออกไปเป็นอย่างๆได้ มันก็จะชัดเจน ถ้าคุณบอกโอเปอร์เรชั่นเป็นแชมป์ในเรื่องของยอดขาย มันจะไปผิดทางแล้วครับ โอเปอร์เรชั่นต้องเป็นแชมป์เปียนของการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า คือควบคุม สินค้า การบริการ รักษาความสะอาด และสร้างบรรยากาศร้านให้ดีเยี่ยมเป็นเลิศ เหนือคู่แข่งครับ มีตัวชี้วัดคือ ลูกค้ามาซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ประทับใจไปบอกต่อ พาลูกค้าใหม่ๆเข้ามาในร้านครับ หน้าที่ของโอเปอร์เรชั่นคือ โฟกัสไปที่ลูกค้าอย่างเดียว สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าครับ แต่ถ้าเราไปมองว่าคุณต้องทำกำไรอย่างเดียวไม่สนใจลูกค้า ถามว่า ถ้าลูกค้าไปหมด ไม่มาอีก แล้วเกิดอะไรขึ้น ตายหมดถูกรึเปล่า”

“มาเก็ตติ้งดูแลเป็นแชมป์เปี้ยนของยอดขาย  คือ คิดวิธีการให้ได้ยอดขายตามเป้าที่วางไว้ ทั้งแบบใช้เงินหรือไม่ใช้เงิน และไม่ใช้เงิน เช่น สร้างกลิ่นให้คนเดินเข้ามาในร้าน หรือ จัดชิมที่หน้าร้าน หรือ จะใช้เงินซื้อสื่อต่าง ตัวชี้วัดง่ายๆ คือยอดขายที่กลับเข้ามาเพิ่มขึ้นตามเป้าครับ”

“ส่วนแชมป์ ด้านการเงิน คือ รู้บัญชี รู้ต้นทุน ร้านคุณมีการควบคุมไหม เช่น ค่าแรง ค่าเช่า ค่าสินค้า ต้องคุมให้อยู่ในกี่เปอร์เซ็นของยอดขาย เวลาที่คุณเจอปัญหา แชมป์ ด้านการเงินจะรู้ว่าคุณจะต้องทำยังไง เป็นต้น”

“ผมขอให้เข้าใจคอนเช็ปตรงนี้ แบ่งแยกแชมป์เปี้ยนให้ถูกก่อน  เมื่อเรามีโครงสร้างแบบนี้แล้ว มันต้องชี้นิ้วไปถูกที่ ว่าใครต้องมีความรับผิดชอบเรื่องอะไร โอเปอเรชั่นรับผิดชอบในเรื่องการสร้างความพึงพอใจของลูกค้า เอามาเก็ตติ้งมาเพื่อทำให้เกิดยอดขาย การเงินรับผิดชอบดูแลต้นทุนเพื่อให้เกิดกำไรครับ”

“ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นเราไม่ชี้ชัดว่าใคร ทำให้สับสน วุ่นวาย แต่ถ้ามีคนรับผิดชอบแล้ว กลับไปดูที่ตัวชี้วัด คุณต้องบอกเป้าหมายและความคาดหวังของคุณกับเขาได้อย่างชัดเจน ทุกคนจะก็มุ่งความเป็นแชมป์ที่คุณตั้งธงไว้ อย่างนี้ ไม่เจ๊งแน่ครับ”

สนใจ เรื่อง ระบบบริหารร้านสาขาอย่างมืออาชีพ กับกูรูชั้นเทพ โดย คุณกุลวัฒน์ วิชัยลักษณ์ สมาคมแฟรนไชส์ไทย กำลังเปิดอบรมเรื่องนี้ 5 วัน เริ่ม วันที่ 19 สิงหาคม 2560 นี้ ที่อาคารซีพีทาวเวอร์ ถนนสีลม สนใจขอรายละเอียดเพิ่มเติมที่

คุณเมย์ โทรและไลน์ที่ 0863412973 

 

 

 

 

8  กับดัก Start Up  มือใหม่

ฝัน ของคน อยากรวย อยากเป็นนายตัวเอง อยากประสบความสำเร็จเร็วๆ  มีอยู่กันทุกคน  โดยเฉพาะช่วงนี้  ทั้งรัฐบาล และสื่อ ก็กำลังลังโหมกระหน่ำในเรื่อง สตาร์ท อัพ เจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่นี้   ทำให้ หลายคนใจกล้ายิ่งขึ้น  เมินงานกินเงินเดือน ทุ่มทุน-กาย-ใจ  มุ่งทำธุรกิจส่วนตัว เพื่อจะไปให้ถึงฝั่งฝัน  แต่คุณทราบไหมว่า หนทางข้างหน้า มีกับดักที่รอคุณอยู่

ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ ฟ้า ไม่ได้กำหนดให้ทุกคนเป็นได้  และ คุณรู้ไหมว่า  มันมีคนจำนวนมากตกหลุมพรางเหล่านี้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  และนี่คือกับดัก ที่เจ้าของกิจการมือใหม่ทุกคนต้องต้องเจอ